รู้ก่อน ปลอดภัยเรื่องไฟฟ้า

1183

ทำอย่างไรให้ปลอดภัยจากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า

        มีเรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นทุกวันเกี่ยวกับไฟช๊อตหรือไฟดูดและบางรายอาจเสียชีวิตโดยอาจเกิดจากความที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ประมาณ 60% และประมาท 20% อื่น 20% เห็นหรือเปล่าครับว่า เมื่อพูดถึงเรื่องไฟฟ้าจะมีคนรู้จริงๆ ไม่มากเพราะส่วนใหญ่ก็ไม่มีฉลากบอกเอาใว้ชัดเจน เพราะส่วนใหญ่แล้วอุปกรณ์ไฟฟ้าจะมีการออกแบบให้ผู้ใช้งานอย่างเรารู้กันอยู่แล้ว แต่คนส่วนใหญ่อาจไม่ได้สนใจ หรือไม่มีความรู้ดีพอ ทำให้ละเลยส่วนที่เป็นสาระสำคัญของการป้องกันตัวเองจากถูกกระแสไฟฟ้าช๊อต โดยที่ไม่รู้ตัวเลย

รู้หรือไม่ ไฟฟ้าในบ้านมี  3 เส้นและมีเพียง 1 เส้นที่มีกระแสไฟ

ภาพแสดงสายไฟ

อาจจะยังไมรู้ว่า จริงๆ แล้วสายไฟภายในบ้านของเรา มารตฐานใหม่ของการไฟฟ้ากำหนดให้ใช้ 3 เส้นเพื่อต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน โดย เป็นจะเรียกง่ายๆ ว่าเป็นดังนี้  อันดับแรกสายไฟ จะใช้สายสีน้ำตาล ใช้ต่อกับอุปกรณ์ที่มีสัญลักษณ์ L เป็นเส้นที่มีไฟ และสามารถดูดหรือช๊อตเราได้ เมือสัมผัสหรือลัดวงจรไปถูกกับอุปกรณ์เครื่องใช้ ถ้าเห็นสายไฟเส้นสีน้ำตาลก็จงระวังเรื่องความปลอดภัยให้มาก  อันดับสองเป็นสายสีน้ำเงิน เป็นสายนิวตรอนหรือสายดิน หรือสายป้อนไฟกลับ ใช้ต่อกับอุปกรณ์ที่มีสัญลักษณ์ N สายนี้สามารถสัมผัสโดยตรงได้ เพราะไม่มีไฟเหมือนสายแรก ปกติสายนี้จะไม่ช๊อต สามารถสัมผัสได้ถ้าในกรณีจำเป็นต้องซ่อมแซม อันดับที่สามเป็นสายสีเขียวคาดเหลือง หรืออาจจะเป็นสีเขียว  สายเส้นนี้ จะต่อกับกราว์หลอดโดยตรงและปกติก็จะต่อรวมกันกับสายดินในตู้ระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจร โดยสายนี้จะต่อกับตัวถังกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยตรง ถ้ามีไฟฟ้ารั่วลงอุปกรณ์ไฟฟ้าก็จะลงกราวด์ไป เราก็จะไม่ถูกกรแสไฟฟ้าดูด

ข้อแนะนำสำหรับการเดินกระแสไฟฟ้าภายในบ้าน

ถ้าเป็นบ้านใหม่แล้วกำลังติดตั้งระบบไฟฟ้า แนะนำให้ช่างเดินสายไฟให้ได้มารตฐานตามที่ได้แนะนำไปตั้งแต่แรก เพราะถ้าเราใส่ใจในเรื่องรายละเอียดเล็กๆนี้  จะช่วยให้เราลดการถูกกระแสไฟฟ้าดูดได้ เพราะเราจะรู้ว่าอันไหนมีไฟและอันไหนไม่มีไฟ และสามารถจับต้องใด้ในกรณีจำเป็นต้องซ่อมแซมและการระมัดระวัง  ซึ่งจะไปสัมพันธ์กับอุปกรณ์ทั้งหลายไม่ว่า ปลั๊กไฟ สวิทช์ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอื่นๆ ที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน

การดูอุปกรณ์ไฟฟ้าและข้อควรระวัง

ปลั๊กไฟ

ปลั๊กไฟแบบ 2 เต้าเสียบ

ปลั๊กไฟแบบ 2 เต้าเสียบ จะต้องสังเกตุตรงด้านที่เสียบปลั๊กรูจะยาว ถ้าเป็นปลั๊กมารตฐานจะเสียบสลับกันไม่ได้ ซึ้่งถ้าช่างต่อไว้ถูกรูนี้จะต้องต่อกับไฟ

ปลั๊กแบบ 3 เต้าเสียบ

ปลั๊กไฟแบบ 3 เต้าเสียบแบบเสียบรูกลมและแบน จะต้องสังเกตุตรงด้านที่เสียบปลั๊กรูจะยาว ถ้าเป็นปลั๊กมารตฐานจะเสียบสลับกันไม่ได้ ซึ้่งถ้าช่างต่อไว้ถูกรูนี้จะต้องต่อกับไฟ และจะมีเพิ่มเข้ามาคือ กราวด์ หรือ G เพิ่มใช้สำหรับกรณีเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าลัดวงจร

ปลั๊กไฟแบบ 3 เต้าเสียบแบบเสียบรูแบน จะต้องสังเกตุตรงด้านที่เสียบปลั๊กรูจะยาว ถ้าเป็นปลั๊กมารตฐานจะเสียบสลับกันไม่ได้ ซึ้่งถ้าช่างต่อไว้ถูกรูนี้จะต้องต่อกับไฟ และจะมีเพิ่มเข้ามาคือ กราวด์ หรือ G เพิ่มใช้สำหรับกรณีเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าลัดวงจร ซึงจะบังคับการเสียบของอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่แล้ว

ข้อควรระวังของการใช้งาน

ภาพแสดงตัวอย่างการใช้ไขควงวัดไฟ วัดที่ ไลน์ กราวด์ และนิวทรอล อ้างอิง pui108diy.com

เนื่องจากตามมารตฐานของโรงงานได้ออกแบบมาเป็นอย่างดีแล้ว สำหรับความปลอดภัย เมื่อเราเห็นสัญลักษณ์บนปลั๊กแล้ว จะทำให้ทราบทันทีว่า ขั่วไหนมีไฟหรือไม่มีไฟ  แต่เป็นแค่การดูเบี้องต้นเท่านั้น  ถ้าจะให้แน่ใจ ต้องหาอุปกรณ์ตรวจสอบเบี้องต้น จำพวกไขควงวัดไฟ ติดบ้านเอาไว้ เมื่อเกิดเหตุกรณีไฟฟ้าลัดวงจรแล้วต้องการวัดไฟ ว่ามีกระแสไฟฟ้าหรือไง่ ก็จะช่วยลดการศูนย์เสียที่เกิดกระแสไฟลัดวงจรได้

อุปกรณ์และการใช้งาน

เนื่องจากอุปกรณ์จำพวกเครื่องซักผ้า กาต้มน้ำ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านอื่นๆ จำเป็นอย่างมากที่จะต้องต่อสายกราวด์ไว้ทุกตัว เนื่องจากจะป้องกันให้ดูดได้ถ้าเกิดเหุตในกรณีที่อุปกรณ์เกิดการชำรุดและกระแสไฟรั่วลงสู่แท่นเครื่องจะได้ไม่โดนกระแสไฟดูด

ข้อแนะนำและสรุปแนวทางการใช้งาน

อันดับแรกเลยภายในบ้านให้ทำการเดินสายไฟเป็น 3 เส้นให้หมด และมีระบบตัดไฟเมื่อลัดวงจร และตรวจสอบสาย หรือขั่วปลั๊กด้วยอุปกรณ์วัดไฟจะได้รู้ว่าช่างทำผิดจากที่โรงงานออกแบบหรือเปล่า เช่นสลับขั่วของสายไฟ ซึ่งจำเป็นมากเพราะนั้นคือจะลดการถูกกระแสไฟดูดไปได้มาก และสุดท้ายอุปกรณ์ที่ต้องต่อสายดินเพิ่ม เช่นปั้มน้ำ เป็นต้นแนะนำให้ต่อตัวถังลงดินเลย เพราะสามารถที่ไฟซ๊อตอาจรั่วไปกับน้ำที่ใช้ได้

สุดท้ายนี้หวังว่าคงมีประโยชน์สำหรับทุกท่านนะครับและขอให้ปลอดภัยจากไฟดูด

Facebook Comments